ประมวลกฎหมายอาญา

               มาตรา 33 ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ

               (1) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ

               (2) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด

               เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด

 

หมายเหตุ

1. การที่จะริบทรัพย์สินตามมาตรา 33 จะต้องมีการฟ้องและพิสูจน์ความผิดของจำเลยก่อน จึงจะริบได้           

               1.1 การริบทรัพย์สินเป็นโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 (5) จึงต้องมีการฟ้องจำเลยในความผิดดังกล่าวและพิสูจน์ความผิดของจำเลยต่อศาลเสียก่อน เมื่อโจทก์มิได้ฟ้องจำเลยถึงการกระทำดังกล่าวในครั้งก่อนโดยตรง เพียงแต่กล่าวพาดพิงว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้มาจากการขายเมทแอมเฟตามีนเท่านั้นจึงยังไม่เป็นการเพียงพอ ศาลไม่อาจริบได้(ฎีกาที่ 1768/2543)

 

2. ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะสั่งให้ริบหรือไม่ริบก็ได้(ฎีกาที่ 6566/2562)

3. การกระทำของจำเลยต้องเป็นความผิดและจำเลยต้องรับโทษ ทรัพย์ของกลางที่ใช้กระทำความผิด ศาลจึงจะสั่งริบได้ แต่หากการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้กระทำความผิด จึงไม่อาจริบได้(ฎีกาที่ 7004/2561)

4.ทรัพย์สินตามมาตรา 33 จะต้องไม่ใช่ทรัพย์ที่ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นเป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 32(ฎีกาที่ 6733/2560) เช่น

               4.1 อาวุธปืนมีทะเบียน

               จำเลยกระทำความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ความผิดจึงอยู่ที่การไม่ได้รับใบอนุญาต หาทำให้อาวุธปืนและซองกระสุนปืนที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายไปไม่ อาวุธปืนดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดอันจะพึ่งต้องริบ และไม่ใช่ ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 32, 33 ไม่อาจริบตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ ชอบที่จะต้องส่งคืนแก่เจ้าของ (ฎีกาที่ 8474/2557)